เนื้อเรื่องย่อ

The Monuments Men (2014): ภารกิจกู้ชาติ(ศิลปะ) ในสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่ 2

สร้างจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ “The Monuments Men (2014) กองทัพฉกขุมทรัพย์โลกสะท้าน” ภาพยนตร์แอ็คชั่นดราม่าอิงประวัติศาสตร์ที่กำกับและนำแสดงโดย George Clooney หนังเรื่องนี้ไม่ได้โฟกัสที่การสู้รบห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงดินแดน แต่เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้อง “ศิลปะ” และ “วัฒนธรรม” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอารยธรรมมนุษย์ ไม่ให้ถูกทำลายล้างด้วยน้ำมือของกองทัพนาซี

หนังรวบรวมทีมนักแสดงรุ่นใหญ่ฝีมือฉกาจมาประชันบทบาทกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น Matt Damon, Bill Murray, John Goodman และ Cate Blanchett พวกเขามารับบทเป็นกลุ่มภัณฑารักษ์ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ และสถาปนิก ที่ต้องทิ้งชีวิตที่สุขสบายมาสวมชุดทหาร และเสี่ยงตายเข้าไปในสมรภูมิรบเพื่อทำภารกิจที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ นี่คือหนังสงครามที่มีกลิ่นอายของหนังปล้น (Heist) ผสมผสานกับมุกตลกหน้าตายและความซาบซึ้งได้อย่างกลมกล่อม

เรื่องย่ออย่างเป็นทางการ (Official Plot)

ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพนาซีภายใต้การนำของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ทำการปล้นสะดมผลงานศิลปะชิ้นเอกและโบราณวัตถุอันล้ำค่าจากประเทศต่างๆ ในยุโรปที่พวกเขาบุกยึดครอง โดยมีเป้าหมายที่จะนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะของฮิตเลอร์ หรือไม่ก็ทำลายทิ้งหากพวกเขาพ่ายแพ้สงคราม แฟรงก์ สโตกส์ (รับบทโดย George Clooney) นักวิชาการด้านศิลปะ ได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์นี้ จึงได้โน้มน้าวประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ ให้จัดตั้งหน่วยรบพิเศษขึ้นมา

หน่วยรบพิเศษนี้มีชื่อว่า “The Monuments Men” ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ 7 คน นำทีมโดย สโตกส์ และ เจมส์ เกรนเจอร์ (รับบทโดย Matt Damon) พวกเขาต้องเข้ารับการฝึกทหารขั้นพื้นฐานและถูกส่งไปยังแนวหน้าในยุโรป ภารกิจของพวกเขาคือการตามหาและปกป้องผลงานศิลปะที่ถูกขโมยไป ก่อนที่พวกนาซีจะทำลายมันทิ้ง ท่ามกลางอันตรายจากไฟสงครามและความไม่เข้าใจของทหารคนอื่นๆ ที่มองว่าศิลปะไม่สำคัญเท่ากับชีวิตคน หน่วย Monuments Men ต้องแข่งกับเวลาและใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งหมดที่มี เพื่อทวงคืนมรดกทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติกลับคืนมา

ทำไม “กองทัพฉกขุมทรัพย์โลกสะท้าน” ถึงเป็นหนังสงครามที่แตกต่าง?

The Monuments Men (2014) นำเสนอแง่มุมของสงครามที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ:

  • เรื่องจริงที่น่าทึ่ง (Incredible True Story): การที่กลุ่มคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นทหารอาชีพ ต้องออกไปเสี่ยงตายเพื่อปกป้องงานศิลปะ เป็นเรื่องราววีรกรรมที่น่ายกย่องและสร้างแรงบันดาลใจ
  • ทีมนักแสดงระดับท็อป (All-Star Cast): การรวมตัวของนักแสดงมากฝีมือ ทำให้หนังเต็มไปด้วยเสน่ห์ การรับส่งบทที่ลื่นไหล และเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัว
  • การตั้งคำถามถึงคุณค่าของศิลปะ (The Value of Art): หนังทำให้ผู้ชมฉุกคิดว่า งานศิลปะมีค่าพอที่จะแลกด้วยชีวิตหรือไม่ และอารยธรรมมนุษย์จะคงอยู่ได้อย่างไรหากปราศจากศิลปะและวัฒนธรรม

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง