เนื้อเรื่องย่อ

Babylon (2022) – บาบิลอน ปาร์ตี้โลกีย์ กลิ่นคาวเลือด ยุคทองหนังเงียบ สู่มหากาพย์ดราม่า-ตลกร้ายแห่งความบ้าคลั่งในฮอลลีวูดของ เดเมียน ชาเซลล์, มาร์โก ร็อบบี และ แบรด พิตต์

ในฐานะภาพยนตร์แนวมหากาพย์ดราม่า-ตลกร้ายอิงประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ (Epic Period Comedy-Drama Masterpiece) Babylon (2022) หรือในชื่อไทย บาบิลอน ผลงานการเขียนบทและกำกับโดย เดเมียน ชาเซลล์ (Damien Chazelle ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Whiplash และ La La Land) คือผลงานระดับทะเยอทะยานที่พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสำรวจยุคเปลี่ยนผ่านอันโกลาหลของฮอลลีวูดช่วงปลายทศวรรษ 1920 ยุคที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์เปลี่ยนจาก “หนังเงียบ” (Silent Era) ก้าวเข้าสู่ “ภาพยนตร์พูดได้” (Talkies) หนังฉายภาพด้านมืด ความเสื่อมทราม งานเลี้ยงสุดเหวี่ยง กลิ่นอายของยาเสพติด และราคาทางจิตวิญญาณที่ต้องจ่ายเพื่อความรุ่งโรจน์บนแผ่นฟิล์ม นำแสดงโดย มาร์โก ร็อบบี (Margot Robbie), แบรด พิตต์ (Brad Pitt), ดิเอโก คัลวา (Diego Calva) ร่วมด้วย ลี จุน ลี (Li Jun Li), โจแวน อเดโป (Jovan Adepo) และ โทบีย์ แมไกวร์ (Tobey Maguire)

เรื่องย่อ: แสงสีแห่งความฝัน ความเสื่อมโทรมของยุคทอง สู่หายนะแห่งเทคโนโลยีเสียง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนปาร์ตี้สุดอื้อฉาวและบ้าคลั่งในปี 1926 ณ คฤหาสน์หรูหรากลางทะเลทรายแคลิฟอร์เนีย ตัวละครหลักสามคนได้โคจรมาพบกัน: แจ็ก คอนราด (รับบทโดย แบรด พิตต์) ซูเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้าแห่งยุคหนังเงียบผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือแต่ชีวิตสมรสล้มเหลวไม่เป็นท่า, เนลลี ลารอย (รับบทโดย มาร์โก ร็อบบี) หญิงสาวไร้ชื่อจากชนชั้นล่างผู้ประกาศตัวอย่างมั่นใจว่าเธอเกิดมาเพื่อเป็น “ดารา” และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สปอตไลต์, และ แมนนี ตอร์เรส (รับบทโดย ดิเอโก คัลวา) ผู้อพยพชาวเม็กซิกันผู้มีความฝันอยากมีตัวตนและทำงานในกองถ่ายภาพยนตร์

ในชั่วข้ามคืน โชคชะตาเล่นตลกผลักดันให้เนลลีได้ก้าวขึ้นเป็นดาวจรัสแสงดวงใหม่ของวงการภาพยนตร์เงียบด้วยลีลาการแสดงอันดิบเถื่อนและแรงขับทางเพศ ขณะที่แมนนีค่อยๆ ไต่เต้าจากคนขับรถจนกลายเป็นโปรดิวเซอร์หนุ่มอนาคตไกลคู่บารมีของสตูดิโอ

ทว่าจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ได้มาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อความสำเร็จของภาพยนตร์เสียงเรื่อง The Jazz Singer (1927) บีบให้ฮอลลีวูดต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคภาพยนตร์พูด เนลลีที่เคยโด่งดังกลับประสบปัญหาสำเนียงเหน่อหยาบและพฤติกรรมหลุดโลกที่ไม่เข้ากับกรอบศีลธรรมใหม่ของสังคม แจ็ก คอนราด กลายเป็นดาวตกที่ผู้ชมหัวเราะเยาะเสียงพูดในฟิล์ม ขณะที่แมนนีต้องพยายามดิ้นรนช่วยเนลลีให้รอดพ้นจากหนี้การพนันของเจ้าพ่อมาเฟียใต้ดิน เจมส์ แม็กเคย์ (รับบทโดย โทบีย์ แมไกวร์) ความบ้าคลั่งและความไร้เสถียรภาพกลืนกินทุกคนลงสู่ก้นบึ้ง นำไปสู่การล่มสลายของยุคทองเพื่อเปิดทางให้ระบบสตูดิโอสมัยใหม่ถือกำเนิดขึ้น

สุนทรียะแห่งภาพปาร์ตี้โลกีย์ จังหวะตัดต่อกระหน่ำ และดนตรีแจ๊สสะท้านทรวง

Babylon (2022) โดดเด่นด้วยงานกำกับภาพระดับอลังการของ ไลนัส แซนด์เกรน (Linus Sandgren) ที่ใช้กล้อง 35mm ถ่ายทอดภาพความโกลาหล ทั้งฉากปาร์ตี้คนนับร้อย ฉากกองถ่ายภาพยนตร์กลางแจ้งที่มีการถ่ายทำหลายเรื่องพร้อมกันท่ามกลางฝุ่นและแดดเผา จังหวะการตัดต่อรวดเร็ว รุนแรง และลื่นไหลราวกับการขี่รถไฟเหาะ

ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ดนตรีประกอบโดย จัสติน เฮอร์วิตซ์ (Justin Hurwitz) ที่ใช้ท่วงทำนองแจ๊สสำเนียงดิบ หยาบ และเร่งเร้า (Aggressive Jazz Score) ขับเคลื่อนอารมณ์ความบ้าคลั่งตั้งแต่ต้นจนจบ การแสดงของ มาร์โก ร็อบบี มอบพลังงานล้นทะลักที่ทั้งน่าหลงใหลและน่ากลัว ขณะที่ แบรด พิตต์ ถ่ายทอดความเหงาและโศกนาฏกรรมของดารายุคเก่าที่หมดอายุขัยได้อย่างลึกซึ้ง ตบท้ายด้วยการตัดต่อมอนทาจ (Montage) ช่วงท้ายเรื่องที่สดุดีประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลกได้อย่างน่าทึ่ง

ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?

  • ภาพสะท้อนด้านมืดที่แท้จริงของฮอลลีวูด: การฉีกภาพลักษณ์หรูหราสู่ความดิบ โคตรเหวี่ยง และความฟอนเฟะเบื้องหลังเลนส์
  • การแสดงสุดคลั่งของ มาร์โก ร็อบบี: หนึ่งในผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ปลดปล่อยพลังงานทางอารมณ์และเสน่ห์ถึงขีดสุด
  • ดนตรีประกอบระดับรางวัลลูกโลกทองคำ: บทเพลงแจ๊สของ จัสติน เฮอร์วิตซ์ ที่กระตุ้นอะดรีนาลีนและติดหูอย่างทรงพลัง
  • ฉากปาร์ตี้และกองถ่ายสุดวินาศสันตะโร: การเนรมิตความโกลาหลของยุค 1920 ที่เต็มไปด้วยช้าง ยาเสพติด และความตาย
  • ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Period Drama, Dark Comedy, History of Cinema, Epic, Music: ภาพยนตร์ที่เฉลิมฉลองเวทมนตร์ของแผ่นฟิล์มผ่านคราบน้ำตาและความสูญเสีย

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง